5 เหตุผลทำไมคุณถึงควรเลิกใช้ Facebook

26/09/2014 23:01 Innn's Diary ,

สักเดือนก่อนผมได้ทำการ Forward ข้อความทั้งหมด Notification และการแจ้งเตือนวันเกิดเพื่อนทั้งหมดให้ส่งเข้าไปที่เมลล์ส่วนตัว พยายามเลิกเล่นเฟสบุคเพราะเบื่อกับ Newsfeed ที่ไม่รู้จักจบ เบื่อกับคำโกหกจากสำนักข่าวทั้งหลาย เบื่อกับโฆษณาที่จ้องจะล้างสมองทั้งหลาย และที่สำคัญที่สุดรู้สึกว่าตัวเองใช้เวลากับ Facebook มากเกินไป จะดีกว่าไหมที่เราควรเอาเวลาเหล่านี้ไปทำอย่างอื่น

Get a life back from facebook

Get a life photo credit by: nate bolt

จากผลการศึกษาพบว่า

1.นักเรียนที่ใช้เวลากับเฟสบุค ทำให้ผลการเรียนแย่ลง [Dailymail] 

จากการศึกษาวิจัยของต่างประเทศพบว่า 68% ของนักเรียนที่ใช้เฟสบุค มีเกรดที่แย่กว่าคนที่ไม่ได้ใช้เฟสบุคอย่างมีนัยยะสำคัญ และแน่นอนว่านักเรียนส่วนใหญ่ปฏิเสธว่าเฟสบุคส่งผลกระทบต่อผลการเรียน

Every generation has its distractions, but I think Facebook is a unique phenomenon.

2.คนไทยใช้เวลาไปกับเฟสบุคเฉลี่ย 2 ชั่วโมง 35 นาทีต่อวัน [มติชน]

จากการสำรวจของสถาบัน TNS เกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้ Facebook ของคนไทยพบว่าคนไทยใช้เวลาใน Facebook มากกว่าสื่ออื่นๆ และใช้เวลาเฉลี่ยสำหรับการเล่นเฟสบุค 2 ชั่วโมง 35 นาทีต่อวัน

2 ชั่วโมง 35 นาทีต่อวันเป็นเพียงแค่ค่าเฉลี่ยสำหรับคนไทยเท่านั้น สำหรับตัวผมเองเมื่อก่อนสามารถพูดได้เลยว่า 2 ชั่วโมงนี้อาจเป็นแค่ขั้นต่อด้วยซ้ำไป… หากเราสามารถนำเวลา 2 ชั่วโมง กว่าๆนี้ไปเป็นการอ่านหนังสือ หรือทำอะไรที่สร้างสรรค์กว่านี้จะดีกว่าไหม

3.คน 1 ใน 3 พอใจในชีวิตตนเองน้อยลงหลังเล่นเฟสบุค [CNET บทความแปล โดย Blognone]

ผลการศึกษาจากนักวิจัยประจำมหาวิทยาลัยสองแห่งจากเยอรมนี พบว่าสิ่งที่เราได้อัพโหลดขึ้นไปบนเครือข่ายสังคมออนไลน์สามารถทำให้คนอื่นอิจฉาได้จริง จากการศึกษานี้พบว่า 1 ใน 3 ของคนที่เข้าไปเล่น Facebook รู้สึกพอใจในชีวิตตัวเองน้อยลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ไม่โพสต์อะไรมากมายแต่อ่านอย่างเดียว – Blognone

จากด้านบนนั้นหมายความว่าเฟสบุคเป็นเครื่องมือที่เอาไว้โชว์ อวด ให้คนอื่นได้อิจฉา ไม่ว่าจะเป็นการโพสรูปการไปเที่ยวของตนเอง, จำนวน Like มาก, การอวยพรวันเกิดต่างๆนานา หากรู้อย่างนี้แล้ว เล่นเฟสบุคแล้วเกิดความทุกข์ควรจะเล่นต่อดีไหมครับ?

4.ข่าวมั่ว 

คุณเคยอ่านข่าวหรืออ่านพวก 9fact, 9gag ทั้งหลายแล้วตกใจไหมครับ ว่าเกิดแบบนี้ขึ้นจริงๆหรอ ยกตัวอย่างที่เห็นชัดๆเลยคือมีการแชร์ว่า พบแมงมุมบินได้ ==”  แล้วคนก็แห่กันไปกดไลค์ กดแชร์ว่าโลกอยู่ยากขึ้นแล้วแท้ๆ

ก็ไม่รู้ว่าเค้าเชื่อกันจริงหรือเปล่า แต่ก็เห็นได้บ่อยๆ และบางอันก็ไม่ทราบว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรเพราะหาต้นตอไม่ได้

5.ความเป็นส่วนตัวที่หายไป

ความเป็นส่วนตัวที่หายไปจากการเล่นเฟสบุค ผมเคยเขียนเรื่องนี้แล้วครั้งนึง ว่าเฟสบุคได้อะไรไปจากคุณบ้าง เฟสบุครู้ได้ว่าคุณชอบกินไอติมรสอะไร ชอบดูหนังกับแฟนวันไหน ชอบโทรศัพท์ยี่ห้ออะไร แล้วขายข้อมูลแบบนี้ให้กับพวกบริษัทโฆษณา นำมาโฆษณาสินค้าต่างๆ ในเว็บอื่นๆนอกจากเฟสบุคก็ได้ เช่นข้อมูลของคุณที่ได้จากเฟสบุคอาจจะนำไปใช้กับโฆษณาในเว็บผมก็เป็นได้ครับ

ไม่เพียงแค่นั้นหากคุณตั้งค่า Privacy ผิดวิธี เช็คอินมั่วซั่ว แชร์บ้านเลขที่ ที่อยู่เบอร์โทร อาจมีแฟนคลับโรคจิตเดินตามคุณก็ได้ครับ

 

วิธีการเลิกเล่นเฟสบุค (ในแบบของผม)

1.ลบแอพ “Facebook” ในมือถือ

โชคดีเหลือเกินที่เฟสบุคมีแอพ Messenger ให้เราใช้ เพราะเพื่อนส่วนใหญ๋ของเราอาจใช้ Facebook เป็นการติดต่อสื่อสารหลัก มีไว้ก็ดีกว่าไม่มีใช่ไหมละครับ

2.หยุดเปิด Facebook ใน Safari

หากคุณเป็นแบบผมที่ไม่ใช่เฟสบุคในมือถือแล้วไปเปิดใน Browser แทนก็แนะนำให้เพื่อนเปลี่ยนรหัสเฟสบุคให้ซะเลยก็ได้

3.จัดการกับเฟสบุค ในคอมพิวเตอร์

คือผมได้เห็นบล็อกของ Tony Diepenbrock IV ที่แนะนำวิธีทำให้หน้า Facebook homepage เหลือแต่สิ่งที่เราใช้งานจริงๆ \\โดยผมใช้ Adblock ในการลบออก

facebook-homepage

4.Foward Notification ที่จำเป็นไปยังอีเมลล์

ตั้งค่าใน Facebook เพื่อส่ง Notification ที่สำคัญ จะได้ไม่พลาดบางอย่างที่จำเป็นจริงๆเช่นพวกประกาศของห้อง หรือวันเกิดเพื่อนสนิท

ตอนนี้

ตอนนี้ผมก็อาจเรียกได้ว่าเป็นคนที่(เกือบ)เลิกเล่นเฟสบุคได้เต็มตัวแล้ว เพราะชีวิตบางส่วนยังต้องพึ่งพามันบ้างเล็กๆน้อยๆ แต่หลังจากที่ลบแอพออก เอาทุกอย่างออก เกือบเดือนที่ผ่านมาชีวิตมีเวลาไปทำอย่างอื่นเยอะขึ้นมาก ไม่ต้องมารูด NewsFeed อีกต่อไปแล้ว

นับว่าชีวิตดี

  • Tikamporn Keerati

    Thanks