เหตุเกิดเนื่องจากผมทำจุกหูฟังขนาดเล็กหลุดหาย ตอนวิ่งที่โรงเรียน กับต้องการหูฟังไว้ไปใส่ตอนวิ่ง [คำว่า ลากสังขาร อาจจะเหมาะกว่า] ไม่ให้หูฟังหลุด ซึ่งหากเป็น in ear หรือ earbud มันจะหลุดง่ายมาก
ผมฟังเสียงไม่เก่ง เรียกว่าไม่เป็นดีกว่า เพราะเสียงแต่ละคนชอบไม่เหมือนกัน และนี่เป็นหูฟังใส่วิ่ง คงไม่ได้คิดเรื่องเสียงอะไรมากนัก
ลักษณะโดยทั่วไป สวย หรู ตรงที่เกี่ยวหูเป็นซิลิโคน ทำให้ไม่บาดหูเหมือนพลาสติก
[](https://www.innnblog.com/wp-content/uploads/2013/08/20130807_194902_1.jpg)
ผมมีอคติกับ Brand จีน และไว้ใจกับญี่ปุ่นที่สุด หลายๆอย่างที่ผลิตในจีนมักพังก่อนเสมอ และในหูฟัง Philips รุ่นนี้ด้วยเหมือนกัน ท่านพ่อของผมก็ไม่ชอบ Brand นี้เท่าไหร่นัก แต่คนขายเขาเชียร์
มีปุ่ม Control 1 ปุ่ม แต่สามารถประยุกต์ได้ 108 ซึ่งทำอย่างไรนั้นต้องไปปรับในแอพเอาเองครับ ซึ่งผมข้ามตรงนี้ไป เพราะในส่วนแอพ ไม่รู้จะใช้ไปทำไม…
เออ มีไมค์ด้วย
ในกล่องจะแถมจุกยางมาให้อีก 2 ขนาด รวมกับที่ใส่มาให้แล้วเป็น 3 ขนาด ตอนใส่จุกยาง ใส่ยากมาก ทำให้ผมมั่นใจในระดับนึงว่าจะไม่หล่นหายไประหว่างทาง เหมือนหูฟัง Samsung ที่แถมมากับโทรศัพท์…
เนื่องจากเป็นหูฟัง in ear ทำให้ตอนใส่วิ่ง อาจไม่ได้ยินเสียงรถที่ตามหลังมา ซึ่งผมก็เคยโดนมาแล้ว เกือบตาย
แจ๊กเป็นสีแดงเข้ากับสีหูฟัง #แหงละ
ใส่วิ่งแล้วไม่หลุด เพราะเป็นเกี่ยวหู แต่จะใส่ทั่วไปอาจลำบากนิดนึงเพราะมันออกจะใส่ยากและแปลกตา
หูฟังตัวนี้ซื้อได้ที่ Powerbuy ราคาประมาณ 1400 กว่าบาทครับ
เพิ่มเติม: ในส่วนตัวแอพสามารถปรับว่าชอบเสียงแบบไหน เช่น นุ่ม เบสหนัก หรือปรับการ Control ปุ่มต่างๆแบบที่กล่าวไปแล้วก็ย่อมได้ :D
ขอจบรีวิวแต่เพียงเท่านี้